วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ประวัติวันวาเลนไทน์ (The History of Valentine's Day)


เป็นเกียรติแก่เทพจูโน
ตอนสมัยที่ยุคจักรวรรดิโรมันรุ่งเรือง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะเป็นวันหยุดของชาวโรมัน เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึง “เทพเจ้าจูโน” ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน

ยุคจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม
ตำนานที่ 1 ห้ามไม่ให้คนโรมแต่งงาน
ต่อมาในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ใจคอดุร้าย ชอบทำสงครามนองเลือด พระองค์ได้ทรงเกณฑ์ชายหนุ่มเข้าไปเป็นทหารในกองทัพจำนวนมากและเสียชีวิตในสนามรบ จนกระทั่งต่อมาเกิดการต่อต้านจากชายหนุ่มไม่ยอมเข้าไปเป็นทหาร เพราะไม่อยากจากคู่รัก คนรัก และครอบครัวของตนเองไป ด้วยเหตุนี้องค์จักพรรดิ จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นหรือพิธีแต่งงานในโรมเป็นอันขาด นักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ (St.Valentine) หรือ วาเลนตินุส ได้ละเมิดพระบรมราชโองการ แอบทำพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวชาวโรมหลายคู่ เมื่อความทรงทราบถึงองค์พระจักรพรรดิ นักบุญเซนต์วาเลนไทม์ จึงถูกจับเป็นนักโทษ ขังอยู่ในเรือนจำ
ตำนานที่ 2 ให้นับถือพระเจ้า 12 องค์
จักรพรรดิพระองค์นี้ มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น ได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคน สักการะนับถือพระเจ้า 12 องค์ โดยผู้ที่ขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษ รวมทั้งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกคริสเตียนด้วย แต่นักบุญ เซนต์วาเลนไทน์ (Valentine) มีความเลื่อมใส ศรัทธาต่อพระคริสต์มาก เขาได้กล่าวไว้ว่า แม้กระทั่งความตายก็ไม่สามารถ เปลี่ยนความคิดของเขาได้ เขาจึงได้ถูกขังคุก

จูเลีย ลูกสาวผู้คุมเรือนจำ
ตำนานที่ 1 ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ นักบุญ เซนต์วาเลนไทม์ ตกหลุมรักจูเลีย ลูกสาวผู้คุมเรือนจำ ซึ่งจูเลียได้ให้การดูแลและมาเยี่ยมเขาเป็นประจำระหว่างที่ถูกคุมขัง
ตำนานที่ 2 ขณะที่ นักบุญ เซนต์วาเลนไทม์ ถูกคุมขังอยู่ในคุกนั้น ผู้คุมเรือนจำได้ขอให้ช่วยสอนลูกสาวเขาซึ่งตาบอด จูเลียเป็นคนสวยแต่น่าเสียดายที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนไทน์ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ สอนเลข และเล่าเรื่องพระเจ้า ให้เธอฟัง จูเลีย สามารถ รับรู้สิ่งต่างๆในโลกนี้ได้ โดยคำบอกเล่าของวาเลนไทน์ เธอเชื่อใจเขา และเธอมีความสุขมาก เมื่ออยู่กับเขา

วันหนึ่งจูเลียถามวาเลนตินุสว่า “ ถ้าเราอธิษฐาน พระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเราไหม ”
เขาตอบ “ พระองค์เจ้า จะได้ยินเราแน่นอน ท่านได้ยินเราทุกคน ”
จูเลียกล่าว “ ท่านทราบหรือไม่ว่า ข้าอธิษฐานขออะไรทุก ๆ เช้า ทุก ๆ เย็น....ข้าหวังว่า ข้าจะได้มองเห็นโลก เห็น ทุก ๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง ”
วาเลนไทน์ จึงบอก “ พระเจ้ามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นในพระองค์ท่าน เท่านั้นเอง ”

จูเลีย ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้า จึงได้คุกเข่า กุมมือ อธิษฐานพร้อมกับ วาเลนไทน์ และในขณะนั้นเอง ก็ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้นจูเลียค่อยๆลืมตา พระเจ้า……เธอมองเห็นแล้ว!!!!! เขาและเธอจึงกล่าวขอบคุณต่อพระเจ้า และเรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้ จึงได้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักรต่างๆ อย่างรวดเร็ว

From Your Valentine
ในคืนสุดท้ายก่อนที่ นักบุญ เซนต์วาเลนไทม์ จะถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ เขาได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From your Valentine” เขาถูกำประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 (พ.ศ.813 หรือราว 1,738 ปีมาแล้ว)

ต้นอัลมอลต์สีชมพู
ศพของ นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ ถูกฝังไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ในกรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์หรืออัลมอลต์สีชมพูไว้ใกล้หลุมศพของเขา ซึ่งเป็นที่รักของเธอ ต้นอามันต์หรืออัลมอลต์สีชมพู จึงเป็นดั่งตัวแทนแห่งรักนิรันดรและมิตรภาพอันสวยงาม มาจนถึงทุกวันนี้


เทศกาลแห่งความรัก
ตำนานของนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ โด่งดังและเป็นที่เล่าขานในประเทศผรั่งเศส และอังกฤษอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นเทศกาลแห่งความรักมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ไม่มีความคิดเห็น: